ประวัติความเป็นมา

ระวัติความเป็นมา

งเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฝ่ายประถม) เดิมชื่อ โรงเรียนประถมสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตั้งอยู่ที่เลขที่ 79 ถนนนครสวรรค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดมหาวิทยาลัยมหาสารคาม 44000 ภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (เขตพื้นที่ในเมือง)

โรงเรียนประถมสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามจัดตั้งขึ้นโดยดำริของศาสตราจารย์นายแพทย์อดุลย            วิริยเวชกุล ราชบัณฑิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ขณะนั้น และได้รับการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยมหาสารคามให้เปิดทำการเรียนการสอน ในวันที่ 26 มีนาคม 2547 โดยมีเป้าหมายหลักในการให้สวัสดิการทางการศึกษาแก่บุตรของบุคลากรในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีรองศาสตราจารย์จตุพร เพ็งชัย เป็นผู้รักษาการผู้อำนวยการ และได้รับการสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์และครุภัณฑ์ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากศาสตราจารย์ทักษิณา  สวนานนท์ พร้อมกันนี้ทางโรงเรียนได้ขออนุมัติยืมเงินมหาวิทยาลันยมหาสารคาม จำนวน 5 ล้านบาท สำหรับปรับปรุงอาคารพระราชทานปริญญาบัตรหลังเดิม (อาคารโภชนาคาร) และพื้นที่โดยรอบภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (เขตพื้นที่ในเมือง) เป็นห้องเรียนปฐมวัย สระเล่นน้ำ บ่อทราย รั้วบริเวณรอบโรงเรียน รวมทั้งเงินค่าจ้างและค่าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2547 ต่อจากนั้นได้ดำเนินการสร้างห้องเรียนเพิ่มเติมอีก 2 ห้อง ต่อเติมทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารเรียนเป็นห้องสำนักงาน ซึ่งเริ่มดำเนินการในวันที่ 3 พฤษภาคม 2547 หลังจากที่ดำเนินการแล้วเสร็จ จึงได้ดำเนินการเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2547 ในระดับปฐมวัย ชั้นอนุบาล 1 มีนักเรียนจำนวน 19 คน ชั้นอนุบาล 2 จำนวน 13 คน และชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 18 คน รวมนักเรียนทั้งสิ้น 71 คน และมีการประชุมปฐมนิเทศผู้ปกครองครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2547 โดยมีศาสตราจารย์นายแพทย์อดุลย วิริยเวชกุล ราชบัณฑิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธาน ในระยะแรกโรงเรียนมีบุคลากร 10 คน แบ่งเป็น ครู 5 คน ครูพี่เลี้ยง 2 คน เจ้าหน้าที่สำนักงาน 1 คน เจ้าหน้าที่นักการภารโรง 1 คน แม่บ้าน 1 คน

ปี พ.ศ. 2548 โรงเรียนได้ดำเนินขยายการจัดการเรียนการสอนทั้งระดับปฐมวัย ประกอบด้วย ชั้นเตรียมอนุบาล อนุบาล 1 และอนุบาล 2 ระดับประถมศึกษา ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อีกทั้งรับบุคลากรครูและบุคลากรทางการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถดำเนินการจัดการเรียนการสอนครบทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระศึกษาธิการ ภายใต้ระเบียบมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ว่าด้วยการบริหารโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2551 และการกำกับดูแลของคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนประถมสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามและมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ปี พ.ศ. 2550 รองศาสตราจารย์จตุพร เพ็งชัย รักษาการผู้อำนวยการ ในขณะนั้น มีดำริจะขยายหลักสูตรการจัดเรียนการสอนเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษเพิ่มเติม จึงได้ขออนุมัติจากคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนและ

สภามหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อเปิดหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในชื่อ English Science Computer Program (ESC) ภายหลังเปลี่ยนเป็น English Science Communication Program (ESC) ซึ่งทำ

ให้โรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอน ทั้งสิ้น 3 หลักสูตร คือปฐมวัย หลักสูตรประถมศึกษา และหลักสูตรประถมศึกษา English Science Communication Program (ESC)

ปี พ.ศ. 2553 โรงเรียนประถมสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฝ่ายประถม) ตามระเบียบมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ว่าด้วยการบริหารโรงเรียนมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 จนถึงปัจจุบัน

ปี พ.ศ. 2558 โรงเรียนได้ย้ายนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 และอนุบาลปีที่ 2 ไปยังอาคารเรียนระดับปฐมวัย (อาคารหลังคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม) ซึ่งมีทั้งหมด 7 ห้องเรียน

ราสัญลักษณ์ของโรงเรียน

ตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนใช้ตราเดียวกับมหาวิทยาลัย คือ ตราโรจนากร มีองค์ประกอบเป็นรูปเสมา ภายในมีภาพหม้อน้ำและสัญลักษณ์ขององค์พระธาตุนาดูน ด้านล่างเป็นสุริยรังสีที่แผ่ขึ้นจากผ้าลายขิด ซึ่งอยู่เหนือคำขวัญเป็นภาษาบาลี มีความหมายว่า “ผู้มีปัญญา พึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน”     มีวงกลมล้อมรอบสองชั้นภายในช่องว่างของวงกลมที่มีชื่อ “โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฝ่ายประถม )”

 

ความหมายของตราสัญลักษณ์

  • ใบเสมา              หมายถึง ภูมิปัญญา
    • หม้อน้ำ                 หมายถึง ความรู้อันเต็มเปี่ยม
    • องค์พระธาตุนาดูน    หมายถึง คุณธรรม ความดี
    • สุริยรังสี               หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง
    • ลายขิด                หมายถึง เอกลักษณ์ของอีสาน
    • วงกลมล้อมรอบและดอกไม้หกกลีบ หมายถึง โรงเรียนอันเป็นที่ทำให้เยาวชนของชาติ มีความเจริญงอกงาม

สีประจำโรงเรียน: สีเหลือง และสีขาว

   “สีเหลือง” นั้น ได้แสดงถึง ความมีภูมิปัญญา หรือความคิด, ความมีศีลธรรมอันดี และความเจริญรุ่งเรือง ส่วน “สีขาว” นั้น ได้แสดงถึง ความรอบรู้ ฉลาด พร้อมทั้งยังมีความรอบคอบ อีกด้วย ดังนั้นเมื่อนำเอาสีทั้งสองมารวมกัน จะมีความหมายว่า มีความรอบรู้ เฉลียวฉลาดในทางด้านปัญญา พร้อมทั้งยังความคิด และสัมปชัญญะ ครบถ้วน ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่ความสำเร็จ ความเจริญรุ่งเรืองต่อไป